หัวฉีด Direct Injection ใน Volkswagen และ Audi ปัญหาที่พบใน Continental และ Hitachi
ผู้ใช้งาน Volkswagen และ Audi ส่วนใหญ่จะทราบดีถึงข้อดีของระบบหัวฉีดแบบ Direct Fuel Injection (DFI) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ทั้งในด้านกําลัง การประหยัดนํ้ามัน และการลดมลพิษ โดยระบบนี้ จะฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ทําให้สามารถควบคุมปริมาณและจังหวะการฉีดได้อย่าง
แม่นยํา ส่งผลให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับชิ้นส่วนเครื่องยนต์อื่น ๆ หัวฉีดก็มีการสึกหรอเมื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานาน ในช่วงหลังพบแนวโน้มปัญหาที่เกิดขึ้นกับหัวฉีด Direct Injection บางรุ่นของ Volkswagen และ Audi โดย เฉพาะหัวฉีดที่ผลิตโดย Continental และ Hitachi ซึ่งจําเป็นต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ บทความนี้จะอธิบายถึงปัญหาที่พบบ่อย โดยเฉพาะในหัวฉีดรุ่นเก่าของ Continental และ Hitachi ซึ่งจาก ประสบการณ์การใช้งานและการทดสอบ พบว่ามีอัตราการเสียสูงกว่าหัวฉีดของ Bosch อย่างชัดเจน
ทําไมหัวฉีดบางยี่ห้อจึงเสียบ่อยกว่า
จากการทดสอบพบว่า หัวฉีดของ Continental และ Hitachi มีแนวโน้มเกิดปัญหา “ส่วนผสมหนา” (Rich Mixture) มากขึ้นเมื่อใช้งานไปนานกล่าวคือ หัวฉีดจะจ่ายนํ้ามันเชื้อเพลิงมากเกินกว่าที่ระบบต้องการ
เมื่อเกิดภาวะนี้ จะส่งผลเสียหลายด้าน เช่น:
- ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ลดลง
- อัตราการสิ้นเปลืองนํ้ามันเพิ่มขึ้น
- ค่าไอเสียสูงขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับหัวฉีดของ Bosch ซึ่งโดยทั่วไปให้ผลการทดสอบที่ดีกว่า จะเห็นได้ว่าปัญหาการจ่าย นํ้ามันเกินในหัวฉีด Continental และ Hitachi มักเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้
สาเหตุหลักมาจากการสึกหรอของชิ้นส่วนภายใน หรือการเสื่อมสภาพของกลไกภายในหัวฉีด ซึ่งส่งผลให้ไม่ สามารถควบคุมปริมาณนํ้ามันได้อย่างแม่นยําเหมือนเดิม แม้จะทําการล้างหรือทดสอบอย่างละเอียด ก็ไม่สามารถทําให้หัวฉีดกลับมาทํางานได้ตามสเปกเดิม